6 วิธีรักษา รอยแผลเป็นนูน คีลอยด์ (Keloid) ลบรอยแผลเป็น สิว ผ่าตัด แบบชงัด

แผลเป็นคีลอยด์ เป็นแผลเป็นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะนูน หลังจากการหายของแผลเป็น ที่มา https://draxe.com/keloid/

หลายคนคงเคยประสบปัญหา เมื่อเกิดบาดแผลตามร่างกาย ไม่ว่าจะมีดบาด หกล้ม หรือแม้แต่เป็นสิวถึงแม้แผลจะหายสนิทแล้วก็ยังทิ้งรอยแผลเป็นฝากไว้ แผลเป็นพบได้หลายรูปแบบ ทั้งแผลเป็นเรียบ แผลเป็นนูนธรรมดา และแผลเป็นนูนคีลอยด์ ในบรรดาแผลเป็นประเภทต่างๆ
แผลเป็นนูนคีลอยด์นับว่าเป็นปัญหามากที่สุด เนื่องจากเป็นแผลนูนขนาดใหญ่ และไม่สามารถยุบหายได้เองใครที่กำลังประสบปัญหาแผลเป็นคีลอยด์ หรืออยากหาทางป้องกัน มาดูกันดีกว่าว่า แผลเป็นคีลอยด์คืออะไรเกิดจากอะไร … และจะรักษาได้อย่างไรบ้าง?

แผลเป็นคีลอยด์คืออะไร

 

แผลเป็นนูนที่แขน หลังจากการผ่าตัด ที่มา :http://www.healioswoundsolutions.com/management-hypertrophic-scars-keloid/

คีลอยด์ (keloid) คือแผลเป็นชนิดที่นูนและมีขนาดใหญ่ มักพบนูนขึ้นมาจากผิวหนังมากกว่า 4 มิลลิเมตร มีสีแตกต่างกันตามสภาพสีผิวแต่ละคน พบได้ตั้งแต่สีชมพู แดง ถึงน้ำตาลเข้ม จากการมีเส้นเลือดฝอยมารวมกันมาก ส่วนมากมีลักษณะแข็งคล้ายยาง เป็นมันเงา และไม่มีขนขึ้น แผลเป็นคีลอยด์อาจเกิดขึ้นทันทีหลังแผลหาย หรือเกิดหลังจากแผลหายสนิท 1-3 เดือนก็ได้ แม้แผลเป็นคีลอยด์จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แต่แผลเป็นชนิดนี้ต่างจากแผลเป็นนูนธรรมดา เนื่องจากแผลเป็นคีลอยด์จะไม่ยุบหายไปเอง อีกทั้งยังขยายใหญ่ขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้แผลเป็นแผ่กว้างและนูนมากขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจึงส่งผลต่อความสวยงามและความมั่นใจ บางครั้งอาจมีอาการคัน เจ็บเมื่อกด และอาจเสียดสีกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ทำให้รู้สึกระคายเคืองได้

สาเหตุของแผลเป็นคีลอยด์

เมื่อเกิดบาดแผลที่ผิวหนัง จะมีกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น คอลลาเจน อีลาสติน และไฟโบรเนคติน มาซ่อมแซมบริเวณปากแผล แต่หากมีการสร้างเนื้อเยื่อซ่อมแซมมากผิดปกติจะเกิดการสะสมของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยเฉพาะคอลลาเจน บริเวณปากแผล ทำให้แผลเป็นบริเวณดังกล่าวมีลักษณะกว้างและนูนขึ้น แผลเป็นคีลอยด์เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และยังอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วย ผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นแผลเป็นคีลอยด์ จึงมีโอกาสเกิดแผลเป็นชนิดนี้มากกว่าคนอื่นๆ สาเหตุของแผลเป็นคีลอยด์ที่พบได้บ่อย มีดังนี้

o แผลเป็นคีลอยด์จากสิว

สิวอักเสบส่วนใหญ่ที่เกิดบนใบหน้า หน้าอก หลังเมื่อหายแล้วมักทิ้งแผลเป็นลักษณะเป็นรอยดำหรือหลุมสิวแต่บางคนอาจพบแผลเป็นลักษณะนูนขึ้น และขยายตัวใหญ่กว่าเดิมคล้ายหูด หากแผลเป็นไม่ยุบหรือจางลงเมื่อเวลาผ่านไปนั่นแสดงถึงลักษณะของแผลเป็นคีลอยด์

o แผลเป็นคีลอยด์จากการผ่าคลอด

สุภาพสตรีที่ผ่านการคลอดบุตรด้วยวิธีผ่า คงหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ที่หน้าท้องไม่ได้  และหากดูแลแผลหลังคลอดไม่ถูกวิธี ก็อาจเกิดแผลเป็นชนิดคีลอยด์ตามมา ซึ่งมักพบมีขนาดใหญ่มาก ถึงแม้จะเกิดแผลเป็นในร่มผ้า แต่ย่อมมีผลต่อความมั่นใจ และทำให้ระคายเคืองเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าด้วย

o แผลเป็นคีลอยด์จากการลบคิ้ว

ผู้ที่ผ่านการสักคิ้วถาวรมา เมื่อต้องการลบรอยสักจะต้องลอกชั้นผิวหนังด้านบนออก
จึงเกิดเป็นแผลเป็นได้ ซึ่งบางคนอาจโชคร้ายเกิดแผลเป็นชนิดคีลอยด์ การเกิดแผลเป็นนูนบนใบหน้านั้นมีผลต่อความสวยงาม ทำให้เสียความมั่นใจ และไม่สามารถปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอางอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุของแผลเป็นคีลอยด์อื่นๆ ที่พบได้บ่อย เช่น บาดแผลจากอุบัติเหตุ บาดแผลจากการผ่าตัด บาดแผลจากการลบรอยสักบริเวณอื่นๆ หรือแม้แต่บาดแผลบางๆ จากการถูกของมีคมบาด ก็อาจเกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้เช่นกัน

การรักษาแผลเป็นคีลอยด์

แผลเป็นคีลอยด์มักไม่ยุบหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป จึงจำเป็นต้องมีวิธีรักษาที่จำเพาะ
การรักษาทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีใช้ระยะเวลาและมีค่าใช้จ่ายต่างกัน วิธีรักษาที่คนนิยมในปัจจุบัน มีดังนี้

1. การศัลยกรรมและเลเซอร์แผลเป็นคีลอยด์

o การศัลยกรรมผ่าตัด

การผ่าตัดเป็นวิธีที่มักใช้กับแผลเป็นคีลอยด์ที่เกิดขึ้นนานและขยายตัวเต็มที่แล้ว การผ่าตัดทำได้โดยตัดแผลเป็นบางส่วนออกเพื่อทำให้ขนาดและความนูนลดลง หรือผ่าตัดผิวหนังส่วนอื่นมาปิดทับแผลเป็นคีลอยด์ และเย็บแผลใหม่ให้ดูเรียบขึ้น อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยการผ่าตัดมีโอกาสเกิดแผลเป็นคีลอยด์ขึ้นใหม่ได้มากกว่า 70% และในหลายๆครั้งก็เกิดแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม การผ่าตัดจึงต้องทำควบคู่กับวิธีรักษาอื่น เช่น การแปะแผ่นเจลซิลิโคน การให้สเตียรอยด์ หรือการเลเซอร์ และต้องดูแลแผลหลังการผ่าตัดให้ดีเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นใหม่ ค่าใช้จ่ายของวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของแผลเป็นราคาเริ่มต้นมักอยู่ที่ 8,000-10,000 บาท

o การเลเซอร์คีลอยด์

วิธีรักษาด้วยเลเซอร์ซึ่งเป็นที่นิยม คือการใช้เลเซอร์แฟรกเซล (Fraxel laser)
โดยแสงเลเซอร์จะช่วยทำลายเนื้อเยื่อที่ผิวหนังชั้นนอกบริเวณแผลเป็นที่เสียหาย
ทำให้ความนูนและรอยแดงลดลง และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองใหม่ที่เป็นปกติ การทำเลเซอร์เป็นวิธีที่ค่อนข้างได้ผลและไม่เจ็บตัวมากนัก เหมาะกับแผลเป็นคีลอยด์ที่ลักษณะไม่นูนมาก บางครั้งมักใช้ร่วมกับวิธีผ่าตัด แต่มีข้อจำกัดคือต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง และมีราคาค่อนข้างสูง มีตั้งแต่หลักหลายหมื่นจนถึงหนึ่งแสนบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเป็น

2. การใช้แผ่นแปะแผลเป็นคีลอยด์

การใช้แผ่นซิลิโคนหรือเทปปิดทับแผลเป็นคีลอยด์ จะช่วยลดการทำงานของเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงบริเวณปากแผล และยับยั้งการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ จึงช่วยลดการอักเสบและความนูนแดงของแผลเป็นคีลอยด์ได้ แผ่นแปะแผลเป็นคีลอยด์ที่นิยมใช้มี 2 แบบ ได้แก่

o แผ่นเจลซิลิโคน (Silicone gel sheet)

แผ่นเจลซิลิโคนจะมีลักษณะยืดหยุ่นและใส ออกแบบให้สามารถนำมาแปะทับแผลเป็นคีลอยด์ในบริเวณที่ผิวหนังมีการเคลื่อนที่มากๆ ได้โดยไม่เลื่อนหลุด วิธีใช้คือแปะแผ่นเจลซิลิโคนให้แนบสนิทกับแผลคีลอยด์ นานอย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อวัน ทำต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน การสร้างเนื้อเยื่อบริเวณแผลเป็นจะลดลง ทำให้แผลคีลอยด์ยุบลงได้เล็กน้อย

o แผ่นเทป (Micropore tape)

แผ่นเทป micropore เป็นแผ่นกระดาษติดกาวเหนียว และมีรูขนาดเล็กมากซึ่งทำให้ผิวบริเวณที่แปะทับระบายอากาศได้ แผ่นเทป micropore ช่วยลดการอักเสบและป้องกันแผลเป็นไม่ให้ขยายและหนาตัวขึ้นได้ วิธีใช้เริ่มจาก ทำความสะอาดบริเวณแผลเป็นคีลอยด์ด้วยน้ำอุ่นและสบู่ เช็ดให้แห้ง และตัดเทป micropore มาแปะทับให้แนบสนิทและคลุมแผลเป็นคีลอยด์ให้ทั่ว เมื่อแปะครบ 24 ชั่วโมง จึงลอกออกและเปลี่ยนแผ่นเทปใหม่วิธีรักษาโดยการใช้แผ่นแปะแผลเป็นคีลอยด์นั้นราคาค่อนข้างประหยัดและไม่เจ็บตัว

แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานจึงจะเห็นผล อีกทั้งไม่สะดวกเพราะแผ่นแปะอาจเลื่อนหลุดระหว่างวันได้ การใช้แผ่นแปะจึงเหมาะกับแผลเป็นคีลอยด์ขนาดไม่ใหญ่นัก หรือใช้แปะหลังการผ่าตัดเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูน และบางครั้งต้องใช้ร่วมกับวิธีรักษาอื่นๆด้วย เช่น การฉีดแผลคีลอยด์ การทายา การผ่าตัด ราคาของแผ่นแปะแผลเป็นคีลอยด์มีตั้งแต่ชุดละ 500-1,000 บาท ส่วนจำนวนที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับขนาดและความนูนของแผลเป็น

3. การใช้ยาทาแผลเป็นคีลอยด์

การรักษาแผลเป็นคีลอยด์โดยการใช้ยาทาเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และนิยมใช้กันมากที่สุด
ยาทาแผลเป็นคีลอยด์มีหลายประเภทซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
ส่วนผสมที่ใส่ในยาทามักเป็นสารออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบ และปรับสีผิวให้จางลง เช่น สารสเตียรอยด์มิวโคโพลีแซคคาไรด์ วิตามิน อี, เอ และ บี3 เป็นต้น ยาทาแผลเป็นคีลอยด์ที่มีขายทั่วไป มี 2 ประเภท คือลักษณะเป็นครีมและเป็นเจลใส

o ยาทาแผลเป็นแบบครีม

ครีมที่รู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณช่วยลบรอยแผลเป็น คือครีมในตระกูล Hirudoid ส่วนประกอบสำคัญในครีมคือ มิวโคโพลีแซคคาไรด์ (Mucopolysaccharide) ซึ่งเมื่อทาและนวดวนบนแผลเป็น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดการคั่งของเส้นเลือดฝอย ทำให้รอยแผลเป็นจางลงได้ แต่ในกรณีของแผลเป็นคีลอยด์ที่มีลักษณะนูนนั้น อาจใช่ไม่ได้ผลมากนัก ครีมอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ ยาผสมสเตียรอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ และลดความเข้มของสีผิวบริเวณแผลเป็น ซึ่งมีส่วนช่วยให้แผลเป็นคีลอยด์ดูจางลง และลดอาการแสบคัน ระคายเคือง แต่ไม่ได้ช่วยลดความนูนของแผลเป็นมากนัก

>>>  14 ยารักษาปัญหาผิว แผลเป็น รอยดำ รอยสิว ในราคาย่อมเยาว์

o ยาทาแผลเป็นแบบเจล

เจลรักษาแผลเป็นจะมีลักษณะใส มักประกอบด้วย วิตามิน อี, วิตามิน เอ, วิตามิน บี3
ซึ่งช่วยลดความเข้มของสีผิว ทำให้แผลเป็นดูจางลงรวมทั้งอาจผสมสารสกัดจากพืชชนิดต่างๆ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและควบคุมการสร้างเนื้อเยื่อบริเวณแผลเป็นให้ปกติ ตัวอย่างยาทารักษาแผลเป็นแบบเจลที่นิยมในท้องตลาด ได้แก่
ยาทายี่ห้อ MEDERMA เป็นยาทาสำหรับแผลเป็นทุกชนิด ทั้งรอยดำจากสิว แผลผ่าตัด รอยแตกลาย แผลไฟไหม้ รวมถึงแผลเป็นคีลอยด์ มีส่วนประกอบสำคัญ คือสารสกัดจากหัวหอม ซึ่งช่วยลดการอักเสบยับยั้งการสร้างเซลล์ไฟโบรบลาสต์และลดการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทำให้แผลเป็นดูเรียบและจางลง ยาทาขนาด 20 กรัม มีราคาประมาณ 500-600 บาท/หลอด
– ยาทายี่ห้อ Magic gel เป็นยาทายอดนิยมอีกตัวหนึ่งที่รักษาแผลเป็นได้สารพัดประเภทเช่นกัน ทั้งแผลเป็นจากสิว แผลเป็นขนาดใหญ่ แผลไฟไหม้และแผลเป็นคีลอยด์ ซึ่งนอกจากจะลดความอักเสบและปรับสีผิวบริเวณแผลเป็นให้จางลงแล้ว ยังมีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำให้ผิว ช่วยกระตุ้นการสมานแผล ทำให้รอยแผลเป็นดูเรียบและนุ่มลงได้

4. การฉีดแผลเป็นคีลอยด์

การรักษาด้วยการฉีดแผลเป็นคีลอยด์ คือการใช้สารประเภทฮอร์โมนสเตียรอยด์ ยาเคมี หรือฟิลเลอร์ ฉีดรอบๆ บริเวณแผลเป็น ซึ่งจะช่วยลดการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และทำให้แผลดูเรียบขึ้น

สารที่ใช้ฉีดเพื่อรักษาแผลเป็นคีลอยด์ มีดังนี้

o คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) เป็นฮอร์โมนสเตียรอยด์ชนิดหนึ่ง

ใช้ฉีดบริเวณแผลเป็นคีลอยด์โดยตรงที่ใต้ผิวหนัง จะช่วยลดการอักเสบ บวมแดง
ลดการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน และทำให้ชั้นผิวหนังที่หนาบางลงได้ ขนาดของยาที่ใช้คือ 0.5
– 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (ใช้ความเข้มข้นประมาณ 10 – 40
มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ต่อครั้ง) ควรฉีดซ้ำทุกๆ 30 วัน เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 3 – 6 เดือน
จะช่วยให้แผลเป็นนูนลดลงได้ ผลข้างเคียงจากการใช้คือจะเจ็บแผลและอาจมีเลือดออกหลังการฉีดอาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นบางลง ผิวแพ้และระคายเคืองได้ง่าย หรืออาจเกิดเป็นจุดด่างขาวบริเวณที่ฉีด จึงต้องควบคุมไม่ให้ฉีดในปริมาณมากเกินไป+

o สารอินเทอร์เฟอรอน (Interferon), ฟลูออโรยูราซิล (Fluorourasil) และบลีโอมัยซิน (Bleomycins)

สารเหล่านี้ช่วยลดขนาดและความนูนของแผลเป็นคีลอยด์ได้
โดยอินเทอร์เฟอรอนเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต้านการติดเชื้อจุลชีพและยับยั้งเซลล์มะเร็ง ส่วนฟลูออโรยูราซิล และบลีโอมัยซิน เป็นยาที่ใช้ยับยั้งมะเร็งเช่นกัน การฉีดสารทั้ง 3 ชนิดนี้จึงช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ทำให้การสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันลดลง อีกทั้งอินเทอร์เฟอรอนจะกระตุ้นเอนไซม์ collagenase ที่ทำหน้าที่สลายคอลลาเจน จึงช่วยลดขนาดแผลเป็นคีลอยด์ให้เล็กลง

การรักษาด้วยวิธีการฉีดแผลเป็นคีลอยด์ ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดและความนูนของแผลเป็น ต้องฉีดอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล และต้องทำภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น

5. คอร์สรักษาแผลเป็นคีลอยด์

ดังที่ได้ทราบกันแล้วว่า การรักษาแผลเป็นคีลอยด์สามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้ระยะเวลานานพอสมควรจึงจะเห็นผล อีกทั้งแผลเป็นคีลอยด์ไม่สามารถยุบหายไปเองได้ และหากปล่อยไว้นานจะยิ่งขยายจนมีขนาดใหญ่ ผู้ประสบปัญหาแผลเป็นคีลอยด์จึงควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญ ในปัจจุบันมีคอร์สสำหรับรักษาแผลเป็นคีลอยด์ด้วยวิธีต่างๆ ตามโรงพยาบาลและคลินิกผิวหนังหลายแห่ง ยกตัวอย่างคอร์สการรักษาซึ่งเป็นที่นิยม มีดังนี้

– คอร์สผ่าตัดแผลเป็นคีลอยด์ ร่วมกับการฉีดยา

เป็นคอร์สที่เหมาะกับการใช้รักษาแผลเป็นคีลอยด์ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น แผลเป็นบริเวณใบหูการผ่าตัดต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องงดยากลุ่มยาแก้ปวด รวมถึงยาสมุนไพรต่างๆ เป็นเวลา 2 อาทิตย์ก่อนผ่าตัด และหากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคเลือดออกมากกว่าปกติ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน การดูแลหลังผ่าตัด ได้แก่ ปิดแผลไม่ให้โดนน้ำ 2– 3 วัน ล้างแผลด้วยน้ำเกลือทุกวัน และมาตัดไหมเมื่อผ่าตัดครบ 2 สัปดาห์ ส่วนการฉีดยา จะใช้สารสเตียรอยด์ โดยเริ่มฉีดหลังจากผ่าตัด 3 – 8 สัปดาห์ และต้องฉีดเป็นประจำทุกๆ 1 – 2 เดือน เป็นเวลาหลายเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นคีลอยด์ขึ้นใหม่ ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแผลเป็นคีลอยด์ ประมาณ 4,000 – 5,000 บาท และราคายาฉีดประมาณ 500 – 1,000 บาทต่อครั้ง

– คอร์สฉีดยาลดแผลเป็นคีลอยด์

ใช้การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ บริเวณแผลเป็น เหมาะกับแผลเป็นคีลอยด์ที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ และอาจมีอาการแสบคันหรือบวมแดงร่วมด้วย การฉีดต้องทำทุกๆ 30 วัน ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 4 – 8 ครั้ง หากแผลเป็นมีขนาดใหญ่มากต้องเพิ่มจำนวนครั้งที่ฉีดจนกว่าแผลเป็นจะยุบลง ข้อควรระวัง ได้แก่ ห้ามฉีดยานี้ในสตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน ผู้มีประวัติความดันโลหิตต่ำ ผู้มีประวัติโรคหัวใจ และผู้ป่วยมะเร็ง ค่าใช้จ่ายในการฉีดยาอยู่ที่ 100 – 1,000 บาทต่อการฉีดหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของแผลเป็น

– คอร์สเลเซอร์แผลเป็นคีลอยด์ ร่วมกับการฉีดยา

การเลเซอร์เพื่อรักษาแผลเป็นคีลอยด์มีหลายประเภท เช่น แฟรกเซล, เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์, IPL เป็นต้น การเลเซอร์ต้องทำทุกๆ 1 เดือน ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 4 ครั้ง (ตามขนาดของแผลเป็น)และฉีดยาสเตียรอยด์ร่วมด้วยเพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็นซ้ำ ค่าใช้จ่ายในการทำเลเซอร์ เริ่มต้นที่ 500 – 1,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง

– คอร์สเลเซอร์แผลเป็นคีลอยด์ ร่วมกับการชุบน้ำยา

ปัจจุบันมีการรักษาโดยใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ตัดแต่งแผลเป็นคีลอยด์ให้เล็กและเรียบลงจากนั้นทำการชุบน้ำยาเพื่อยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งเรียกวิธีดังกล่าวว่า Scarless technique วิธีนี้มีข้อควรระวังคือ แผลห้ามโดนน้ำเป็นเวลา 1 – 2 เดือน และหลังจากการเลเซอร์ ต้องทำการชุบน้ำยาอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเป็น

6. คลินิกรักษาแผลเป็นคีลอยด์

ปัจจุบันมีโรงพยาบาลและคลินิกผิวหนังหลายแห่งที่มีบริการคอร์สสำหรับรักษาแผลเป็นคีลอยด์ด้วยวิธีต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น
ราชเทวีคลินิก มีบริการคอร์ส Scarless technique, ฉีดยาลดแผลเป็น และคอร์ส SM และ SR technique เพื่อตัดแต่งแผลเป็น ฟื้นฟูสภาพผิวและปรับสีผิวให้เรียบเนียน
Atita Clinic มีบริการรักษาด้วยคอร์สฉีดแผลเป็น, เลเซอร์แผลเป็น, และใช้เจลกดทับ
โรงพยาบาลยันฮี มีบริการคอร์สฉีดยาเพื่อลดแผลเป็น
– Milin clinic มีบริการคอร์สผ่าตัดแผลเป็น, ฉีดแผลเป็น และทำเลเซอร์ชนิดต่างๆ
– Earsclinic มีคอร์สรักษาแผลเป็นคีลอยด์บริเวณหู โดยวิธีผ่าตัด ร่วมกับการฉีดยาเพื่อป้องกันแผลเป็นซ้ำ

>>>  แผลเป็น แผลนูน คีลอยด์ เกิดจากอะไรแล้วมีวิธีรักษาแผลเป็นสิว ทั้งชนิดหลุม และนูน อย่างไร

– Authentic clinic มีบริการรักษาแผลเป็นคีลอยด์ด้วยการฉีดยา

สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาแผลเป็นคีลอยด์ สามารถสอบถามรายละเอียดวิธีการและคอร์สการรักษาได้ที่คลินิกผิวหนังต่างๆ ที่มีบริการ โดยเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ซึ่งให้การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะแผลเป็น รวมถึงระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมด้วย แม้การเกิดแผลเป็นคีลอยด์จะหลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีพันธุกรรมหรือประวัติในครอบครัว แต่ก็สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่งโดยการรักษาบาดแผลให้หายไวที่สุด ป้องกันปากแผลไม่ให้โดนน้ำ เกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อ รีบใช้ยาลดรอยแผลเป็นหรือเจลกดทับตั้งแต่แผลหายสนิทและหากพบว่าเกิดแผลเป็นนูนควรรีบรักษาก่อนที่แผลเป็นคีลอยด์จะมีขนาดใหญ่และนูนจนรักษาได้ลำบาก

 

Spread the love

8 thoughts on “6 วิธีรักษา รอยแผลเป็นนูน คีลอยด์ (Keloid) ลบรอยแผลเป็น สิว ผ่าตัด แบบชงัด”

  1. มีวิธีรักษาแผลเป็นแบบธรรมชาติบ้างมั้ยค่ะ

    1. มีค่ะ ขอแนะนำวิธีดี ๆ จากสมุนไพรธรรมชาติจากต้นมะลิ โดยการนำเอาใบจากต้นมะลิลาหรือมะลิซ้อน นำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณรอยแผลเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เมื่อแผลเป็นเริ่มจางลงแล้วก็ค่อยเอาใบมะลิมาถูเบา ๆ ได้เลย วันละ 3-4 ครั้ง เช่นกัน ส่วนสมุนไพรอื่น ๆ ที่สามารถทำให้รอยแผลเป็นจางลงได้ ก็เช

  2. ยาทารักษาแผลเป็นที่นิยมใช้กันมากมีอะไรบ้างค่ะ ราคาเท่าไหร่ค่ะ

    1. ยี่ห้อ MEDERMA เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยม ๆ มาก หลอด 10 กรัม ประมาณ 330-400 บาท Scagel หลอด 9 กรัม ราคาประมาณ 150 บาท Hiruscar เนื้อเจลซึมซาบเร็ว มีประสิทธิภาพสูง หลอด 5 กรัม ราคาประมาณ 150-200 บาท

  3. การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ เหมาะกับแผลแบบไหนค่ะ

    1. เหมาะกับแผลเป็นตื้นมาก ๆ อาศัยหลักการที่ว่าใช้สารเคมีไปขจัดผิวชั้นบนออก ซึ่งการจะขจัดได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและชนิดของสารที่ใช้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ

    1. เป็นการรักษาแผลเป็นหลุมสิวด้วยการฉีดสารเติมเต็มเข้าไป แต่อาจมีราคาแพงและได้ผลเพียงชั่วคราว ทำให้ต้องฉีดซ้ำบ่อยครั้งค่ะ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *