9 เรื่องคันๆ ก่อน-หลังรักษาแผลผ่าคลอด แล้ว ยา ครีม ศัลยกรรม เลเซอร์ ช่วยได้ไหม

ในยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์และการผ่าตัดได้มีวิวัฒนาการไปไกล จนทำให้คนไข้หรือผู้เข้าได้รับการผ่าตัด มีความปลอดภัยสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวในการคลอดลูก ซึ่งคุณแม่ยุคใหม่จะนิยมการผ่าคลอดกันมากขึ้น สำหรับการพาคลอดนั้นคุณหมอจะทำการเปิดปากแผลบริเวณหน้าท้องและมดลูก ซึ่งในบางกรณีคุณหมอมีความจำเป็นจะต้องผ่าคลอดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจคาดไม่ถึงได้ และทางคุณแม่เองก็ต้องเตรียมตัวรักษาแผลผ่าคลอดไปด้วยเช่นกัน

 

1.เตรียมตัวในการผ่าคลอดทั่วไปเริ่มที่จุดไหน

 

เคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนคลอดแบบไม่ให้เครียด
เคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนคลอดแบบไม่ให้เครียด

 

คุณแม่จะต้องคุยกับคุณหมอเรื่องกำหนดการของการคลอดก่อน ซึ่งหากเป็นการผ่าคลอดนั้นจะต้องมีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า ซึ่งคุณหมอจะแนะนำให้พูดคุยกับวิญญีแพทย์เกี่ยวข้องกับสุขภาพก่อน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาสลบ  นอกจากนี้คุณแม่จะต้องตรวจเลือดก่อนการผ่าตัดเพื่อดูระดับฮีโมโกลบินและกรุ๊ปเลือด ซึ่งคุณหมอจะต้องเตรียมเลือดสำรองไว้ให้ในการผ่าตัดด้วย หากเกิดในกรณีฉุกเฉินคุณแม่อาจมีการคลอดก่อนกำหนดจะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในสถานการณ์นั้น ๆ ด้วย

2.หากต้องคลอดด้วยวิธีธรรมชาติกี่วันแผลจะหาย

 

หลังคลอดแบบธรรมชาติดูแลตนเองอย่างไร ให้ถูกวิธีและฟื้นตัวเร็ว
หลังคลอดแบบธรรมชาติดูแลตนเองอย่างไร ให้ถูกวิธีและฟื้นตัวเร็ว

 

แผลจากการคลอดธรรมชาติในช่วง2-3 อาทิตย์ หลังจากคลอดคุณแม่จะเจ็บบริเวณฝีเย็บ เมื่อคุณหมอเย็บแผลให้ ซึ่งจะต้องมีวิธีการดูแลตัวเองโดยทำความสะอาดบริเวณส่วนนั้นอย่างสม่ำเสมอ และจะต้องทำตามที่แพทย์แนะนำทั้งนี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย หากดูแลตัวเองอย่างดีแผลก็จะหายเร็วขึ้น

 

3.แล้วคลอดเองกับผ่าคลอดอันไหนดีกว่ากันล่ะ

 

คลอดเองหรือผ่าคลอด .. ข้อดีและข้อเสีย ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
คลอดเองหรือผ่าคลอด .. ข้อดีและข้อเสีย ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

 

สำหรับการคลอดเอง(คลอดธรรมชาติ) หรือการผ่าคลอดนั้น มีข้อแตกต่างกัน ซึ่งการคลอดธรรมชาติจะมีการฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าคลอด อีกทั้งกระบวนการคลอดธรรมชาติจะมีการขับของเหลวออกจากปอดเด็ก จึงเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาการหายใจเมื่อแรกคลอดด้วย ส่วนการคลอดแบบผ่าคลอดนั้น สามารถกำหนดวันคลอดได้ คุณแม่ที่ผ่าคลอดไม่ต้องใช้เวลาในการคลอดนาน อีกทั้งคุณแม่ที่มีเชิงกรานแคบ การผ่าคลอดจะช่วยลดความเสี่ยงในการคลอดได้ดีกว่าการคลอดเองอีกด้วย

แต่การคลอดเองหรือการผ่าคลอดนั้น แบบไหนดีกว่ากันก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอ และความต้องการของคุณแม่ว่าต้องการคลอดแบบไหน ซึ่งควรปรึกษาคุณหมอจะให้คำแนะนำสำหรับคุณแม่แต่ละบุคคลมากกว่า

4.คลอดน้องมาแล้วจะมีวิธีดูแลแผลผ่าคลอดกันอย่างไร

 

แผลผ่าคลอดกี่วันหาย ทำอย่างไรไม่ให้นูนแดง
แผลผ่าคลอดกี่วันหาย ทำอย่างไรไม่ให้นูนแดง

 

สำหรับการดูแลแผลผ่าคลอดนั้น  โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณหมอจะให้คุณแม่และเด็กพักอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 2 ถึง 3 วันก่อน เพื่อดูแลอาการหลังจากการผ่าตัด คุณหมอจะให้ยาแก้ปวดทางสายน้ำเกลืออีกครั้ง แต่ผ่าตัดคุณแม่ควรพยายามลุกเดิน เคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้แผลผ่าตัดสมานตัวได้เร็วขึ้น  ลดอาการท้องผูก และลดการเกิดลิ่มเลือดอาจจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งการอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลคุณหมอจะคอยดูแลและเฝ้าระวังการติดเชื้อจากแผลผ่าตัดและดูแลเรื่องระบบอื่นๆภายในร่างกายด้วย

 

5.เอาจริงๆเมื่อคลอดด้วยการผ่า แผลเป็นนูนจะหายเมื่อไหร่

 

แผลเป็นหลังผ่าคลอด สวยไม่สวยดูแลยังไง
แผลเป็นหลังผ่าคลอด สวยไม่สวยดูแลยังไง

 

ในช่วงระยะ 7 วันหลังคลอดคุณหมอจะนัดเปิดแผล แล้วตัดไหม จากนั้นประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์หลังคลอดคุณแม่ สามารถเริ่มออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น เดินเร็วซึ่งจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น และช่วยลดอาการเจ็บแผล ส่วนการออกกำลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้อช่วงลำตัว ควรเริ่มเล่นประมาณ 8 ถึง 12 สัปดาห์ หลังคลอดและไม่ควรให้กล้ามเนื้อหน้าท้องออกแรงมากเกินไป เพราะแผลผ่าตัดอาจจะเป็นคีลอยด์นูนแดงได้ และในช่วง 3 เดือนหลังการผ่าตัดคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได ระมัดระวังในการลุกนั่ง เพื่อจะทำให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้นและแผลจากการผ่าตัดไม่เป็นรอยนูนแดงขึ้นมา

 

6.ทําไมถึงคันแผลที่ผ่าคลอดนัก

 

รักษาแผลนูนแดง หลังผ่าคลอด ให้สวยเรียบ
รักษาแผลนูนแดง หลังผ่าคลอด ให้สวยเรียบ

 

สำหรับอาการคันแผลผ่าคลอดนั้นเกิดจากที่ร่างกายมีการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อและเซลล์ผิวหนังขึ้น เพื่อทำการสมานแผล ทำให้เกิดอากการคันได้ แต่ไม่ควรไปเกา เพราะอาจจะทำให้แผลเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้

 

7.แผลผ่าคลอด รอกี่วันถึงโดนน้ำได้

 

ดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด ที่แม่ท้องผ่าคลอดควรรู้
ดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด ที่แม่ท้องผ่าคลอดควรรู้

 

ในระยะ 7 วันหลังคลอด คุณหมอจะนัดเปิดแผลแล้วตัดไหม ซึ่งหลังจากนั้นคุณแม่สามารถอาบน้ำสระผมได้ตามปกติโดนน้ำได้แล้ว แต่จะต้องดูแลแผลผ่าคลอดให้แห้งสะอาดตลอดวันไม่ให้อับชื้น

 

8.แผลที่ผ่าคลอดทายาได้ตอนไหน

 

ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธี
ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างถูกวิธี

 

หลังจากที่แผลปิดสนิทแล้วคุณแม่สามารถทายาที่มีส่วนผสมของวิตามินอีเพื่อช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นได้อีกทั้งการทายาจะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอ และควรจะปรึกษาคุณหมอก่อนใช้ยาทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกในขณะที่กำลังให้นมด้วย

 

9.เข้าเรื่องเลย การรักษาแผลผ่าคลอด จริงๆแล้วมีวิธีไหนบ้าง

 

บ๊ายบายแผลเป็น
บ๊ายบายแผลเป็น

 

หลังจากที่คุณแม่ผ่าคลอดเรียบร้อยแล้ว คุณหมอจะทำการปิดพลาสเตอร์กันน้ำ ที่แผลผ่าคลอดไว้หลังจากนั้นคุณแม่จะต้องทำความสะอาดโดยการเช็ดตัว และไม่ควรให้น้ำซึมเข้าสู่แผล หลังจากที่คุณหมอนัดเปิดแผลแล้วตัดใหม่แล้วก็สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ และไม่ต้องไปทำแผล แต่จะต้องดูแลทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นและทำความสะอาดแผลให้แห้งไม่ให้อับชื้น หลังจากนั้นก็จะต้องบำรุงร่างกายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้แผลผ่าคลอดหายเร็วขึ้น ซึ่งอาหารควรเน้นเป็นพวกโปรตีน เช่น ไข่ เนื้อ สัตว์ เป็นต้น และนอกจากนี้อาหารที่ควรทานเน้นเป็นพวกถั่วฝักยาวถั่วงอก ถั่วเหลือง ถั่วดำ เป็นต้น ซึ่งพืชตระกูลถั่วนั้น จะไปเสริมสร้างเนื้อเยื่อทำให้แผลปิดสนิทและหายเร็วขึ้นค่ะ

แล้วจะดูแลรักษาแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดงได้อย่างไร

 

สำหรับการดูแลรักษาแผลผ่าคลอดไม่ให้นูนแดงนั้น ในช่วง 3 เดือนแรกหลังการผ่าคลอดคุณแม่อาจจะเป็นแผลคีลอยด์ เป็นแผลเป็นรอยนูนแดงได้ ดังนั้นในช่วง 3 เดือนหลังคลอดจะต้องหลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได ระมัดระวังในการเดินเหิน ลุกนั่งช้า ๆ  ไม่ใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องมากจนเกินไป เพราะจะไปกระตุ้นทำให้แผลนูนแดงขึ้นมาได้ ไม่ออกกำลังกายหนักหนัก ไม่ทำงานหนัก  ไม่ยกของหนัก หรืองานที่ต้องใช้แรงมาก ซึ่งคุณแม่จะต้องดูแลรักษาแผลผ่าคลอดให้ดีและต้องแผลแห้ง ไม่ให้อับชื้น รวมถึงห้าม แกะเกาแผลอย่างเด็ดขาด  นอกจากนี้การทาครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์จะช่วยลดการเกิดแผลที่นูนแดงได้ แต่เป็นยาทาภายนอกเท่านั้น และก่อนทายาควรจะปรึกษาคุณหมอก่อนเพราะสเตียรอยด์ถ้าดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดอาจจะไปผสมกับน้ำนมและมีผลกระทบต่อทารกได้

แต่เมื่อคุณแม่เป็นแผลเป็นคีลอยด์แล้ว ไปดูกันดีกว่าว่าวิธีการรักษาแผลผ่าคลอดจะมีวิธีไหนบ้าง หากเกิดรอยแผลเป็นที่นูนแดงขึ้น

 

แผ่นแปะแผลเจลซิลิโคนใส สำหรับแผลผ่าคลอดที่มีรอยแดงหรือรอยนูน

 

แผ่นแปะแผลผ่าคลอด
แผ่นแปะแผลผ่าคลอด

การใช้แผ่นเจลซิลิโคน หรือแผ่นแปะแผลผ่าคลอดนั้น จะมีลักษณะเป็นซิลิโคนใส เหมาะสำหรับแผลที่มีรอยแดงหรือรอยนูน  ซึ่งมีการวิจัยค้นพบว่าเมื่อคุณแม่ที่ผ่าคลอดใช้แผ่นแปะแผลผ่าคลอดแล้ว จะช่วยปรับสีของแผให้จางลงและรอยแผลที่นูนขึ้น กลับลดลงได้ ซึ่งการใช้แผ่นแปะแผลผ่าคลอด จะต้องใช้ในกรณีที่แผ่นปิดแล้วเท่านั้น หากแผลยังเปิดอยู่ไม่ควรใช้ ต้องรอให้แผลปิดสนิทก่อน ซึ่งควรเริ่มใช้ทันทีหลังจากที่แผลปิดสนิทหรือหลังการตัดไหม ซึ่งการใช่แผ่นแปะแผลผ่าคลอดจะแปะลงบนแผลที่เป็นคีลอยด์ มีความแดงนูน ซึ่งควรใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยให้แผลที่นูนขึ้นยุบลงได้โดยที่ไม่เจ็บ

ลดอาการบวมแดง อักเสบ คัน โดยใช้ครีมทาแผลช่วยลดแผลเป็นหลังคลอด

 

ทาครีมแผลผ่าคลอด ดูแลแผลผ่าคลอด ให้สวยเรียบ

การทาครีมช่วยลดแผลเป็นหลังคลอดนั้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดรอยแผลคีลอยด์ มีรอยนูนแดงได้ ซึ่งการทาครีมสำหรับแผลเป็นคีลอยด์นั้น จะมีส่วนผสมของสารสกัดที่ช่วยดูแลแผลเป็น ลดอาการบวมแดง ลดอาการอักเสบ ลดอาการคัน และช่วยลดอาการตึงบริเวณปากแผลอีกด้วย นอกจากนี้ครีมทาแผลเป็นหลังคลอดบางชนิดสามารถปกป้องรอยแผลให้ดูชุ่มชื่นแผลที่แข็งก็อ่อนนุ่มลง ลดการเสียดสีระหว่างแผลกับเสื้อผ้าได้อีกด้วย

รักษาด้วยการศัลยกรรมแผลผ่าคลอดที่เป็นเป็นคีลอยด์โดยการตัดแผลออกทั้งหมด

 

ผ่าตัดรักษาแผลผ่าคลอดและการดูแลแผลผ่าคลอด
ผ่าตัดรักษาแผลผ่าคลอดและการดูแลแผลผ่าคลอด

 

ในการศัลยกรรมแผลผ่าคลอด แผลเป็นนูนแดงที่เป็นคีลอยด์ ซึ่งเป็นแผลที่นูนออกมาจากเดิมการคัน มีวิธีการทำศัลยกรรม เพื่อรักษาแผลเป็นจากการคลอดได้ด้วยเทคนิคดังนี้

  • ทำการรักษาแผลเป็นคีลอยด์โดยการตัดแผลออกทั้งหมด แล้วทำการเย็บใหม่ซึ่งแผลที่เย็บใหม่นั้นจะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมมาก
  • ทำการรักษาแผลเป็นโดยการตัดบางส่วนของแผลที่มีปัญหาออก แล้วทำการเย็บบริเวณนั้น เพียงบริเวณเดียว หลังจากที่แผลหายดีแล้ว จะทำการตัดส่วนที่เหลือของแผลเป็น ออกทั้งหมดอีกครั้ง แต่วิธีการรักษานี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่มากและไม่สามารถตัดออกได้ในครั้งเดียว
  • รักษาด้วยวิธีการกรอ ซึ่งจะใช้สารเคมีและเครื่องมือเฉพาะหรือเลเซอร์เพื่อทำการรักษาแผลเป็นเฉพาะส่วน
  • วิธีการรักษาแผลเป็นผ่าคลอดโดยวิธีการเปลี่ยนแนวแผลให้เห็นชัดน้อยลง ซึ่งเรียกว่าการทำ z-plasty หรือ w-plasty
  • รักษาวิธีการตัดใต้แผลเป็น เรียกว่าการ Subcisim ซึ่งเป็นการตัดพังผืดใต้แผลออก แต่จะต้องทำ 2 ถึง3ครั้งจึงจะเห็นผล
>>>  บ๊ายบายแผลเป็น บอกลาแผลผ่าตัดให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง

ทั้งนี้การทำศัลยกรรมแผลผ่าคลอดนั้น วิธีต่างๆจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอที่ทำการรักษาแล้วแต่บุคคล

ใช้เลเซอร์รักษาแผลที่เกิดจากการผ่าคลอดที่เป็นคีลอยด์ที่นูนแดงดูลดลงโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

การรักษาแผลเป็นด้วยเลเซอร์ลบรอยแผลเป็นก็เป้นอีกทางเลือกหนึ่ง
การรักษาแผลเป็นด้วยเลเซอร์ลบรอยแผลเป็นก็เป้นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

การใช้เลเซอร์รักษาแผลผ่าคลอดนั้นจะมีการยิงเลเซอร์เพื่อรักษาและช่วยให้แผลเป็นคีลอยด์ที่นูนแดงดูลดลงได้อีก ด้วยแต่การทำและเลเซอร์แผลผ่าคลอดนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของคุณหมอ และคุณแม่เองจะต้องดูแลรักษารอยแผลจากการทำเลเซอร์เพื่อไม่ให้มีรอยแผลเป็นกลับมา อีกทั้งควรทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดด้วย

วิธีการรักษาหลายรูปแบบส่วนการเลือกวิธีการรักษารอยแผลเป็นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณแม่ รวมไปถึงค่าใช้จ่าย และควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนจะทำการรักษารอยแผลเป็นเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาแผลเป็นจากการผ่าคลอด โดยวิธีอื่นๆอีกคือการฉีดยาสเตียรอยด์ แต่วิธีนี้จะต้องรอให้แผลปิดสนิทเรียบร้อยแล้ว และไม่อยู่ระหว่างการให้นม และจะต้องอยู่ในความดูแลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย ส่วนวิธีการฉีดยาสเตียรอยด์ คือจะทำการฉีดยาเข้าใต้แผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นคีลอยด์นูนแดงยุบลงได้ ซึ่งการฉีดยาสเตียรอยด์จะต้องฉีดหลายครั้งแต่ละครั้งจะประมาณ 0.5 ถึง 1 ซีซี โดยมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 เดือน ซึ่งวิธีการรักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์นั้น จะช่วยให้แผลเป็นนูนแดงจากการผ่าคลอดยุบลงได้ แต่ระยะเวลาในการหายจากรอยแผลเป็นนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของแผล และวิธีการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลซึ่ งหากว่ามีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ก็อาจจะต้องใช้เวลานาน สำหรับคุณแม่ที่ผ่าคอดนั้นเมื่อเกิดรอยแผลเป็นคีลอยด์นูนแดงขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องกังวลเพราะว่ามีวิธีการรักษาหลายรูปแบบส่วนการเลือกวิธีการรักษารอยแผลเป็นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณแม่ รวมไปถึงค่าใช้จ่าย และควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนจะทำการรักษารอยแผลเป็นเพื่อความปลอดภัยอีกด้วย

 

Spread the love

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *